นักลงทุนที่เก่งไม่ได้เดาเอาเอง แต่อ่านงบการเงินของบริษัทก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ บทความนี้จะพาไปรู้จัก 5 อัตราส่วนทางการเงินที่ควรดูเป็นอันดับแรก พร้อมวิธีตีความแบบง่าย ๆ ครับ

1. P/E Ratio (ราคาต่อกำไร)

คำนวณจาก ราคาหุ้น ÷ กำไรต่อหุ้น (EPS) บอกว่าลงทุน 1 บาทของกำไรต้องจ่ายเท่าไหร่ ยิ่งสูงแปลว่าราคาแพง (หรือตลาดคาดหวังการเติบโตสูง) ควรเปรียบเทียบกับบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกันและค่าเฉลี่ยย้อนหลัง

2. P/BV Ratio (ราคาต่อมูลค่าทางบัญชี)

คำนวณจาก ราคาหุ้น ÷ มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น เหมาะกับธุรกิจที่มีสินทรัพย์มาก เช่น ธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ โดยทั่วไป P/BV ต่ำกว่า 1 อาจหมายถึงราคาถูก แต่ต้องดูว่าสินทรัพย์นั้นมีคุณภาพจริงหรือไม่

3. ROE (ผลตอบแทนผู้ถือหุ้น)

คำนวณจาก กำไรสุทธิ ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้น บอกว่าทุนของเจ้าของสร้างกำไรได้ดีแค่ไหน ยิ่งสูงยิ่งดี โดยทั่วไปบริษัทที่มี ROE สูงอย่างสม่ำเสมอ (มากกว่า 15%) มักเป็นธุรกิจคุณภาพ

4. อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E)

คำนวณจาก หนี้สินรวม ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้น บอกความเสี่ยงทางการเงิน ยิ่งมีหนี้มากยิ่งเสี่ยง โดยเฉพาะเมื่อดอกเบี้ยสูง แต่บางธุรกิจ เช่น ธนาคาร มีโครงสร้างหนี้สูงเป็นเรื่องปกติ ต้องเทียบกับอุตสาหกรรม

5. กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow)

คือเงินสดจากการดำเนินงานหลังหักค่าใช้จ่ายลงทุน ตัวเลขนี้ยากจะปลอมแปลงและบ่งชี้ว่าบริษัทมีเงินสดจริงพอจ่ายปันผลและขยายธุรกิจหรือไม่ นักลงทุนสาย VI ให้ความสำคัญกับตัวเลขนี้มากที่สุด

ข้อควรระวัง: อัตราส่วนเดี่ยว ๆ ไม่เพียงพอ ควรดูแนวโน้มย้อนหลัง 3-5 ปี เปรียบเทียบกับคู่แข่ง และอ่านคำอธิบายของบริษัท (MD&A) ประกอบเสมอ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ
แนะนำ: อยากอ่านงบการเงินเป็น เรียนกับเราได้ — ดูคอร์สสอนอ่านงบการเงิน หรืออ่านบทความ อ่านงบการเงินอย่างไรให้เข้าใจธุรกิจ